สัมภาษณ์พิเศษ : นายดนุพล สยามวาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอซ์ โซลูชั่น จำกัด
ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ไทย เปิดใจถึงทิศทางในการประกอบธุรกิจผลิตซอฟต์แวร์เพื่อใช้ในองค์กร ในปีนี้ ไอซ์ฯก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 ในการทำธุรกิจผลิตซอฟต์แวร์ เริ่มต้นจากการเป็นหน่วยงานหนึ่งของ บริษัท สยามวาลา จำกัด จนล่าสุดได้แยกออกมาเป็นบริษัทหารายได้เลี้ยงองค์กรเต็มตัว เมื่อกลางปีก่อน บอกเล่าถึงแนวความคิดในฐานะเอกชนเต็มตัวดังต่อไปนี้
หนทางในการส่งเสริมให้คนไทยพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
ต้องผลักดันให้คนไทยหันมาใช้ซอฟต์แวร์ที่ผลิตขึ้นโดยคนไทย ซึ่งตลาดซอฟต์แวร์นั้นมีผู้ผลิตจำนวนมากสภาพในปัจจุบันคนไทยซื้อซอฟต์แวร์ที่ผลิตขึ้นจากต่างประเทศมาใช้ปีละมูลค่าหลายแสนล้านบาท เงินจำนวนนั้นถูกนำออกไปต่างประเทศ การใช้งานซอฟต์แวร์ที่ผลิตในประเทศนั้นมีจำนวนน้อยเพราะส่วนหนึ่งคนไทยหรือเจ้าหน้าที่ด้านไอทีเชื่อว่า"ซอฟต์แวร์จากต่างประเทศเป็นของดีที่สุด"ส่วนซอฟต์แวร์ไทยจึงถูกเมินหรือตีว่ามูลค่าไม่สูง
ทั้งๆที่ในข้อเท็จจริงแล้ว ซอฟต์แวร์ไทย ซึ่งส่วนมากเป็นโอเพ่นซอร์ส ซอฟต์แวร์ อาทิเช่น ลีนุกซ์ นั้นเป็นซอฟต์แวร์ระดับเวิล์ดคลาส แต่ละชนิดที่ผลิตออกมานั้นเขียนขึ้นโดยโปรแกรมเมอร์ชั้นนำจากทั่วโลก เจ้าหน้าที่ไอทีของไทยยังคงเชื่อว่า"ซอฟต์แวร์จากต่างประเทศที่ใช้กันทุกวันนี้"เป็นซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดในโลก หรืออย่างน้อยนำไปอ้างอิงได้เช่นนั้น
ดังนั้นการเปลี่ยนทัศนคติจึงเป็นงานใหญ่ ที่บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ล่าสุด มีการรวมตัวของบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยที่ใช้ลีนุกซ์ประมาณ 20 แห่ง จัดตั้งเป็น"สมาคมโอเพ่นซอร์ส" ทำหน้าที่ขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยมีเวทีและสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในวงการซอฟต์แวร์ไทย เนื่องจากผู้นำด้านการเมืองไทยที่มีบทบาทตอนนี้ยังไม่เข้าใจถึงลักษณะของระบบโอเพ่นซอร์สอย่างแท้จริง ประกอบกับยังไม่เห็นว่าจะมีนักการเมืองหรือทีมงานของนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี จะมีความรู้และเข้าใจและสนใจเรื่องนี้
มุ่งเดินทางไปชุบตัวต่างประเทศ
ย้อนกลับมาที่การประกอบธุรกิจของบริษัท ไอซ์ โซลูชั่น ฯพบว่าครึ่งปีหลังของปี 2552 มีรายได้ประมาณ 30 ล้านบาท ยังไม่นับรวมงานที่รับทำให้บริษัทแม่ และคาดว่าในปี 2553 หรือปีนี้ จะมีรายได้เติบโตร้อยละ 100 จากปีก่อน หรือมีรายได้ 60 ล้านบาท เนื่องจากมีการปรับทิศทางในการเจาะตลาด มุ่งเน้นไปที่ตลาดองค์กรที่มีขนาดประมาณ 500 เครื่องถึง 1,000 เครื่อง โดยจะขายบริการประเภทแอพพลิเคชั่น และงานระบบเอกสาร หรืองานติดต่อสื่อสารในองค์กร
ที่ผ่านมาบางองค์กรเหล่านี้ต้องการใช้ซอฟต์แวร์ที่ผลิตโดยคนไทยเนื่องจากมีราคาต่ำกว่าซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ แต่มักจะหาผู้ผลิตซอฟต์แวร์ไทยไม่พบ บางองค์กรเจ้าหน้าที่ไอทีเลือกซอฟต์แวร์โดยไม่เปิดทางให้กลุ่มโอเพ่นซอร์ส เนื่องจากการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ต่างประเทศสะดวกและปลอดภัยกว่า หากเกิดปัญหาการใช้งานก็มีเหตุผลสนับสนุนว่า"ใช้ซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดแล้ว"
จากตัวอย่างที่พบจึงยากที่จะหาวิธีการกระตุ้นหรือสร้างการรับรู้ให้คนไทยว่า"ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส "ใช้งานได้จริงและไม่ทำให้เกิดปัญหาในการใช้งาน บริษัทฯจึงเลือกสร้างชื่อในต่างประเทศ โดยล่าสุด เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือซอฟต์แวร์ปาร์ค เลือกให้บริษัทฯไปร่วมโชว์ซอฟต์แวร์ภายในงาน "ซีบิต " ที่เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมัน ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เป็นการโชว์สินค้าเพื่อให้องค์กรจากทั่วโลกมาดูและหาซื้อไปใช้งาน
ทั้งนี้บริษัทฯไม่หวังยอดขายจากการไปออกโชว์ในปีแรก แต่ต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์และสร้างฐานลูกค้าในต่างประเทศ เพื่อหาโอกาสที่จะได้งานในต่างประเทศ
ปัญหาไก่กับไข่
การทำตลาดในไทยนั้น เป็นสิ่งที่ยากเหมือนกับปัญหา"ไก่กับไข่"อะไรเกิดก่อนกัน ในหลายประเทศ เช่น มาเลเซียและจีน นั้นรัฐบาลประกาศให้"ใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส"เป็นนโยบายแห่งชาติ ทำให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในประเทศเหล่านั้นเข้มแข็งและมีรากฐานมั่นคง ทั้งในแง่ของการเติบโต มีจำนวนโปรแกรมเมอร์มากรองรับกับการเติบโตของซอฟต์แวร์ในประเทศ
จากสิ่งที่พัฒนามาทั้งหมดข้างต้น คาดว่าจะทำให้ซอฟต์แวร์ไทยมีโอกาสเติบโตได้อย่างมั่นคง หากผนวกกับส่งเสริมของภาครัฐเช่นให้เงินอุดหนุน ทำให้มีการผลิตและใช้ซอฟต์แวร์ไทย ในอนาคตจะทำให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยเติบโตได้แบบยั่งยืน ยังไม่นับรวมกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องอย่าง อุตสาหกรรมครีเอทีฟอีโคโนมี ที่มีบางส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้องฝากความหวังเอาไว้ที่ทั้งสมาคมโอเพ่นซอร์สและรัฐบาลให้ร่วมกันกระตุ้นให้คนไทยหันมาใช้ซอฟต์แวร์ไทยกันมากขึ้น








