

เนื่องจากเรื่องของเวอร์ชวลไลเซชั่นมีการพัฒนาต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ทำให้มีรูปแบบของการทำงานหลากหลายรูปแบบมีทั้งแบบที่อาศัยการทำงานของฮาร์ดแวร์ แบบอาศัยการปรับแต่งทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แต่ดูเหมือนในปัจจุบันจะหันมานิยมการทำด้วยซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามเราควรจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบต่างๆ ของเวอร์ชวลไลเซชั่นกันเอาไว้
Full Virtualization
การทำเวอร์ชวลไลเซชั่นรูปแบบนี้เป็นการอาศัยความสามารถของซอฟต์แวร์ล้วนๆ โดยที่ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์เลย การใช้งานรูปแบบนี้กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องของฮาร์ดแวร์หากเลือกการทำงานรูปแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นระบบเก่าหรือใหม่ก็สามารถทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากระบบเสมือนที่สร้างขึ้นจะมองเห็นอุปกรณ์ทุกอย่างเป็นของตัวเองอย่างแท้จริงไม่ต้องคอยกังวลเรื่องของความเข้ากันได้และเรื่องของไดร์ฟเวอร์ว่าจะรองรับได้หรือไม่ แต่การทำเวอร์ชวลไลเซชั่นแบบนี้ยังสามารถแบ่งออกเป็นอีก 2 รูปแบบตามความเหมาะสมและการใช้งาน
Full Virtualization แบบ Non-hardware assist
รูปแบบการทำเวอร์ชวลไลเซชั่นแบบนี้เป็นการอาศัยความสามารถของซอฟต์แวร์ล้วนๆ ไม่ต้องสนใจว่าจะใช้ฮาร์ดแวร์รุ่นไหนขอเพียงเป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงก็จะได้ประสิทธิภาพการทำงานที่สูงตามไปด้วย ซึ่งซอฟต์แวร์ที่ได้รับความนิยมในการใช้งานรูปแบบนี้คือ VMWare, VirtualBox และ Virtual PC
Full Virtualization แบบ Hardware assist
รูปแบบการทำเวอร์ชวลไลเซชั่นแบบนี้เป็นการอาศัยความสามารถของฮาร์ดแวร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะอย่าง Intel VT และ AMD-V การทำงานรูปแบบนี้จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบเสมือนมากกว่าการใช้การจำลองผ่านซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว ซึ่งซอฟต์แวร์ที่ได้รับความนิยมในการใช้งานรูปแบบนี้คือ VMWare, Xen และ KVM
Partial Virtualization
การทำเวอร์ชวลไลเซชั่นรูปแบบนี้เป็นการปรับแต่งทั้งในส่วนของระบบปฏิบัติการให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ได้ นอกจากนี้ยังมีการปรับแต่งในระดับของ API เพื่อให้เกิดการทำงานที่สอดคล้องกับการทำงานแบบเวอร์ชวลไลเซชั่นได้ การทำเวอร์ชวลไลเซชั่นรูปแบบนี้มีทั้งแบบที่มีระบบเสมือนเต็มรูปแบบและไม่เต็มรูปแบบสามารถแบ่งออกเป็นอีก 2 รูปแบบตามรูปแบบของการแก้ไข
Partial Virtualization แบบ Para Virtualization
การทำเวอร์ชวลไลรูปแบบนี้มีการแก้ไขเรื่องที่เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ในส่วนของระบบปฏิบัติการเพื่อให้รองรับการทำงาน รูปแบบนี้ยังคงมีการแยกส่วนระหว่างระบบปฏิบัติการหลักกับระบบเสมือนอย่างแท้จริง ซอฟต์แวร์ที่ได้รับความนิยมในการทำงานแบบนี้คือ Xen
Partial Virtualization แบบ OS Virtualization
การทำเวอร์ชวลไลรูปแบบนี้มีการแก้ไขในเรื่องของ API เพื่อทำให้ระบบสามารถทำงานแบบเสมือนร่วมกับฮาร์ดแวร์ของระบบได้ ทำให้การทำงานแบบนี้มีความเร็วสูง แต่ตัวระบบปฏิบัติการไม่ได้แยกออกจากกันอย่างแท้จริงเป็นการใช้ API ช่วยในการทำงาน ซอฟต์แวร์ที่นิยมนำมาใช้ในรูปแบบนี้คือ OpenVZ และ LinuxV-server
ไม่ว่ารูปแบบของการทำเวอร์ชวลไลเซชั่นจะมีหลากหลายรูปแบบขนาดไหนก็ตาม แต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกคนเลือกที่จะใช้ในรูปแบบของ Full Virtualization เป็นหลัก เพราะการทำเวอร์ชวลไลในรูปแบบนี้พร้อมที่จะรองรับกับการระบบงานต่างๆ มากที่สุดอีกทั้งลดความซับซ้อนของระบบต่างๆ ได้อีกด้วย
อ่าน : เวอร์ชวลไลเซชั่นกับความท้าทายด้านไอที
อ่าน : เวอร์ชวลไลเซชั่น 101









