Saturday, May 19th

Last update09:30:55 PM GMT

English (United Kingdom)Thai (ภาษาไทย)




You are here:: Company Resource Customer Success GH Bank มั่นใจในโอเพนซอร์ส

GH Bank มั่นใจในโอเพนซอร์ส

There are no translations available.

"เหตุผลต่างๆ มีอยู่มากมายแต่สุดท้ายก็มักจะไปจบตรงที่เรื่องของ cost ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากองค์กรต้องมีการขยายระบบมันก็คือเรื่องของ cost"

อภิรัตน์ อรุณวิไลรัตน์
ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและปฏิบัติการ สารสนเทศ และ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและปฏิบัติการสารสนเทศ ธนาคาร อาคารสงเคราะห์ (ธอส)



interview by Danupol Siamwalla
compose & photo by Phongsak Kowatcharakul

อะไรทำให้ ธอส หันมาให้ความสนใจซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส

เราใช้ระบบอีเมลที่เป็นโอเพนซอร์สมา 5 ปีแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปตอนนั้นที่ปรึกษาของเราคนหนึ่งนั่นก็คืออาจารย์ไพรัช ธัชยพงษ์ ท่านเองเป็นที่ปรึกษาของเรามานานทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่ ตอนนั้นกระแสโอเพนซอร์สในบ้านเรากำลังมาแรงเมื่อ 6-7 ปีก่อน ท่านก็แนะนำพวกเราว่าทำไมไม่ลองนำเอาโอเพนซอร์สเข้ามาใช้งานบ้าง ซึ่งตอนนั้นซอฟต์แวร์ที่เราใช้เป็นแบบที่ต้องจ่ายค่าใช้งานล้วนๆ ท่านให้คำแนะนำว่าเอามาใช้ในส่วนงานที่ยังไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับการเงินก่อนก็ได้ เราจึงนำคำแนะนำมาทบทวนดูว่ามีอะไรบ้างที่จะใช้โอเพนซอร์สได้ ก็มาพบว่าตอนนั้นเรามีอีเมลที่เป็น Microsoft Exchange อยู่จำนวน 600 ไลเซนต์ สาเหตุเพราะตอนนั้นเรายังไม่มีนโยบายให้พนักงานทุกคนต้องมีอีเมล จะเป็นระดับหัวหน้าส่วนขึ้นมาเท่านั้นที่จะต้องใช้  จนมีกระแสเรื่องของสำนักงานไร้กระดาษเข้ามา เราก็เลยมีความเห็นร่วมกันว่าพนักงานทุกคนควรจะมีอีเมลเป็นของตัวเองได้แล้ว ก็เลยเริ่มโครงการอีเมลสำหรับพนักงานทุกคน พอมาดูที่การเพิ่มการใช้งานบน Microsoft Exchange แล้วถ้าต้องการเพิ่มอีก 3,000 ไลเซนต์ก็ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ ไม่ใช่ว่าทางเราไม่มีเงิน แต่ดูแล้วมันสูงมาก เราจึงนำเอาคำแนะนำของที่ปรึกษามาพิจารณา ทุกอย่างก็ลงตัวที่โอเพนซอร์สเพราะระบบนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเงินเราจึงถือโอกาสนี้พัฒนาคนที่มีความรู้เรื่องนี้ขึ้นมาด้วย แล้วที่มากไปกว่านั้นก็คือการเพิ่มเข้ามาของระบบอีเมลที่เป็นโอเพนซอร์สสามารถทำงานร่วมกับระบบเดิมที่เรามีอยู่ได้

โอเพนซอร์สนั้นมีหลายทางเลือกอะไรที่ทำให้ตัดสินใจใช้ เอาท์ซอร์ส

ทางธนาคารมองดูแล้วพบว่าคนไอทีของเรามีน้อย แล้วเรื่องที่ต้องศึกษากันใหม่แบบนี้ ถ้าจะใช้คนข้างในทำเองอาจจะต้องใช้เวลาและแรงงานค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องศึกษาการใช้ลีนุกซ์และต้องศึกษาเรื่องการปรับแต่งระบบอีก อาจจะกระทบต่อการทำงานของเราเองที่ส่วนใหญ่ก็ต้องดูแลส่วนที่เป็นคอร์บิซิเนสและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับแรก การที่จะดึงให้ทางทีมงานมาทำเรื่องของระบบที่เป็นการรองรับการทำงานภายในองค์กรอย่างอีเมลก็คงไม่เหมาะ เราจึงตัดสินใจที่จะเอาท์ซอร์สเรื่องนี้ออกมาโดยเลือกบริษัทที่คัดเลือกแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือสูงและสามารถดูแลเราได้ในระยะยาว


การเริ่มต้นระบบอีเมลโอเพนซอร์สมีผลตอบรับจากพนักงานอย่างไร

การเริ่มต้นใช้อีเมลแบบโอเพนซอร์สมีข้อดีตรงที่ทำให้สะดวกในตอนเริ่มต้นใช้งาน เพราะสามารถเรียกใช้งานระบบได้จากบราวเซอร์ เนื่องจากตอนนั้นธนาคารยังไม่มีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์มากขนาด 1 คนต่อ 1 เครื่อง การนำระบบอีเมลแบบเว็บเบสมาใช้ก็ถือว่าตอบโจทย์ของเราได้อย่างลงตัว อาจจะมีปัญหาอยู่บ้างในช่วงแรกเพราะเป็นการใช้ระบบอีเมล 2 แพลตฟอร์มร่วมกัน แต่ทุกวันนี้ทุกอย่างก็ทำงานได้เป็นอย่างดี ขอเล่าให้ฟังถึงตอนใช้งานช่วงแรกเราก็มีการทำแบบสอบถามเกี่ยวกับเรื่องของการใช้งานอีเมล ซึ่งระดับบริหารก็ใช้อีเมลบน Microsoft Exchange พนักงานทั่วไปก็ใช้ที่เป็นโอเพนซอร์ส ซึ่งกลุ่มของพนักงานทั้งสองระดับก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร จะมีก็แต่พนักงานระดับที่อยู่ตรงกลาง หลายคนอยากจะเปลี่ยนขึ้นไปใช้อีเมลบน Microsoft Exchange เพราะติดอยู่ที่ความรู้สึกว่าใช้แล้วดูดีกว่าปัญหาน้อยกว่า ซึ่งช่วงแรกทางทีมงานของเราก็เข้าไปช่วยดูแลปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นและพบว่าไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงอะไรเป็นเรื่องตัวอักษรแสดงผลไม่ตรงบ้างเท่านั้นเอง ตอนนี้ปัญหาเหล่านั้นทางไอซ์โซลูชั่นก็ได้แก้ไขไปหมดแล้ว

การขยายไปใช้โอเพนซอร์สในระบบอื่น


ความเห็นส่วนตัวมองว่าคนที่ต้องการใช้โอเพนซอร์สส่วนใหญ่มองเห็นว่าถ้าเอามาใช้แล้วจะประหยัด นั่นคือข้อได้เปรียบของมัน แล้วข้อเสียเปรียบของเรื่องนี้คือ ในการใช้งานระบบอะไรก็ตามมันไม่ควรจะเป็นการใช้งานแบบตามมีตามเกิดอยากเลิกใช้วันไหนก็เลิก เพราะในความเป็นจริงงานทุกอย่างยังคงต้องเดินต่อไป ดังนั้นก่อนที่จะนำเอาโอเพนซอร์สเข้ามาใช้งานสิ่งที่ต้องรู้เป็นอันดับแรกก็คือเรื่องของ road map ของซอฟต์แวร์นั้นๆ ว่าจะมีการพัฒนาต่อเนื่องไปอีกกี่ปีและไปในรูปแบบใด หลังจากนั้นก็จะมีอีกเรื่องก็คือการ support ต้องรู้ให้ได้ว่าใครจะมาดูแลเรา เพราะเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้วว่าซอฟต์แวร์ตัวไหนราคาถูกหรือแทบจะไม่ต้องจ่ายเงินเลย ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายในเรื่องของการดูแลรักษาเป็นธรรมดา คงไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่ต้องเสียอะไรอีกอย่างออกไปเลย เรามองว่าเรื่องของ support คือเรื่องของวันนี้ ส่วน road map เป็นเรื่องของวันข้างหน้า ซึ่งจะทำให้เราคาดการณ์ล่วงหน้าได้ด้วยระบบงานของที่นี่มีจำนวนมากเราไม่สามารถเสี่ยงกับระบบที่ไม่มีการวาง road map ได้


นอกจากเรื่องของ road mapกับ support มีเรื่องไหนที่ยังไม่มั่นใจ

เรื่องนี้ตอบได้สมัยหนุ่มๆ ส่วนตัวเป็นคนชอบลองของใหม่ๆ โดยไม่ต้องกังวลอะไรมาก จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อวันหนึ่งอาจารย์ไพรัชท่านก็คุยกับผมเรื่องหนึ่งว่า การที่เป็นนักเรียนไม่ควรเข้าแถวโดยอยู่หน้าสุดและก็ต้องไม่ใช่หลังสุด เราควรจะอยู่ตรงกลางของแถว เพราะเวลาเกิดอะไรขึ้นคนหัวแถวก็จะโดนก่อน ส่วนการอยู่ท้ายแถวหากเกิดอะไรขึ้นก็จะวิ่งไม่ทันคนอื่น การอยู่กลางแถวทำให้เราสามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น ตอนที่เป็นเด็กเสี่ยงได้แต่ถ้าทำงานแล้วไม่ควรเสี่ยงโดยไม่มีเหตุผล นั่นทำให้ตอนนี้ถ้าจะขยับอะไรทีก็จะเริ่มจากการหันซ้ายหันขวาว่ามีพวกหรือเปล่า ดังนั้นเรื่องของ site reference เป็นเรื่องสำคัญเพราะทำให้คนอื่นเกิดความมั่นใจ

ในมุมมองเรื่องโอเพนซอร์ส มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่ง คือมีธนาคารใหญ่แห่งหนึ่งในบ้านเรานำเอาโอเพนออฟฟิศเข้ามาใช้ เขาเริ่มจากการเอาเข้ามาใช้เลยผลปรากฎว่าพนักงานก็ไม่ได้เกิดการต่อต้านอะไรเพราะตราบใดที่พนักงานยังคงทำงานได้อย่างปกติก็ไม่มีการต่อต้านอะไร นั่นคือคนที่ใช้งานในระดับทั่วไป อีกส่วนที่จำเป็นต้องใช้ความสามารถในระดับลึกก็ใช้ไมโครซอฟท์ออฟฟิศต่อไปได้ เท่าที่ฟังมาธนาคารแห่งนั้นประหยัดเงินในส่วนของซอฟต์แวร์ออฟฟิศไปเป็นจำนวนมหาศาล เรื่องแบบนี้ต้องเอามาสร้างแรงจูงใจ

เหตุผลอื่นที่ควรนำเอาโอเพนซอร์สมาใช้


เหตุผลต่างๆ มีอยู่มากมายแต่สุดท้ายก็มักจะไปจบตรงที่เรื่องของ cost ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากองค์กรต้องมีการขยายระบบมันก็คือเรื่องของ cost ดีๆ นี่เอง เพราะในการขยายระบบเรื่องที่ต้องจ่ายเพิ่มแน่ๆ ก็คือเรื่องของฮาร์ดแวร์แต่ถ้าประหยัดเรื่องของซอฟต์แวร์ไปได้ก็เกิดความแตกต่าง พอระบบมันต้องขยายตัวไปสู่ระบบที่ใหญ่มากๆ เราจะมั่นใจในซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สได้หรือไม่ว่าจะสามารถรองรับได้ ซึ่งเรื่องนี้ site reference ช่วยสร้างความมั่นใจได้ อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของความปลอดภัยของระบบ โดยส่วนตัวเชื่อว่าเรื่องของความปลอดภัยของโอเพนซอร์สดีอยู่แล้วเพียงแต่ต้องใช้ทักษะของคนที่จะดูแลในระดับหนึ่ง และที่ผ่านมาทางไอซ์ก็ไม่เคยทำให้เรามีปัญหากับเรื่องนี้เลย ถ้าตอบโจทย์พวกนี้ได้โอเพนซอร์สก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ