ไอทีมีอยู่หลายองค์ประกอบ สรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้ 1. Infrastructure 2. Application 3. Business Process และสุดท้าย 4. Information สยามวาลาเอง ได้ยกพื้นฐานด้าน Infrastructure ทั้งหมด และที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ LAN Cloud, WAN Cloud และปูไปสู่ Outsource ด้าน Security และ Infrastructure บางส่วน ถือเป็นการปรับพื้นฐาน เพื่อรองรับแผนต่อไปของเรา

ส่วน ที่ 2 เราได้ปรับภายในใช้ Concept “Smart office” คืออยากให้พนักงานเลิกยึดติดกับ Wire เพื่อปรับวิถีชีวิต ปรับเทคโนโลยีของอุปกรณ์พวก PC หรือ Notebook ให้สามารถทำงานได้ทุกที่ในสำนักงาน เพื่อยกประสิทธิภาพการทำงาน และปรับ Life Style ของการทำงานสบายๆ มากขึ้น

ในเรื่องของ Application นั้นเราก็ได้วางแผนการใช้งาน Application อย่างเช่นพวก Internet และ e-Mail ที่จะต้องโตตามองค์กรไป เราจะไม่เน้นการซื้อ License เราจะไปกับ Open source 100% ซึ่งจะทำให้องค์กรประหยัดไปได้เยอะมาก

เรื่องที่ 3 Business Process เราได้ปรับกระบวนการทำงานให้เป็นเรื่องสนุก อะไรที่เป็นเรื่องที่ใช้ไอทีเข้าไปประยุกต์ได้ ก็จะใช้ไอทีเข้าไปแทน กระบวนการทำงานที่เกี่ยวกับ Logistic ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่ๆ เราก็ได้ปรับไปแล้วทั้งระบบ เมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา กระบวนการย่อยๆ ก็ทยอยปรับไปเรื่อยๆ แต่เนื่องจากสยามวาลาใช้ไอทีมากว่า 40 ปีแล้ว ทำให้การเรียนรู้เรื่องไอทีเป็นความคุ้นเคยของพนักงาน

เรื่องที่ 4 คือเรื่อง Information ต้องบอกว่า สยามวาลาเองจะมีการทำงานและการตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล เราจึงเริ่มใช้ Open source เข้ามาพัฒนา เพื่อให้ข้อมูลไหลไปถึงพนักงานทุกระดับ ไม่จำกัดอยู่แค่ระดับของผู้บริหารอย่างที่เราเคยใช้ BI (Business Intelligence) การใช้ไอทีเป็นวัฒนธรรมองค์กรของสยามวาลา หลังจากที่เราลงระบบหลักเช่น ERP (Enterprise Resources Planning) ซึ่งเป็นแกน IT หลักของบริษัทแล้ว ก็ได้ค่อยๆ ปรับการใช้งานให้แกร่งขึ้นทีละแผนก โดยเราได้เลือกแผนกขายและการตลาดก่อน เพราะต้องติดต่อกับลูกค้า และใช้ความแม่นยำของข้อมูลสูง พอแผนกอื่นเห็นก็อยากใช้บ้าง ทำให้การลงระบบไอทีของสยามวาลาไม่ยาก เพราะทุกคนอยากใช้ไอที

การ Implement ระบบทางด้านไอที แม้ว่าทั้งหมดไอทีจะเป็นคนคิด และวางแผน แต่ในส่วนของไอทีส่งผลให้ประสบความสำเร็จแค่ 20-30% เท่านั้น แต่หากต้องการความสำเร็จเต็ม 100% จะต้องมีแรงสนับสนุนและส่งเสริมจากพนักงานด้วย

เทรนด์ไอทีสำหรับปีหน้า
ถ้า มองจากนโยบายระดับประเทศ มีการควบคุมลิขสิทธิ์ และทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น ก็จะส่งผลให้ค่า License แพงมากขึ้น น่าจะส่งผลให้ทิศทางของ Open source ชัดเจนขึ้น โดยเริ่มฉายแววมาตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2552  แล้ว

สำหรับ เรื่อง Cloud computing ที่พูดถึงกันมาก ช่วงนี้ก็ถือว่าอยู่ในช่วงที่ถ้าดูจากกราฟแล้วตก แต่การที่ตกลงมาคือเขาเตรียมตัวที่จะ Mature ขึ้น อีกหน่อย Cloud จะเป็นเรื่องที่แพร่หลายกันจริงๆ ไม่ใช่เป็นแค่การพูดถึงอย่างที่ผ่านมา ข้อสังเกตอย่างหนึ่งของเทคโนโลยีคือ เวลามีอะไรใหม่เกิดขึ้นมาแล้วจะเกิดกระแสที่เรียกว่า “เวอร์” เกินความเป็นจริง ควรที่จะรอสักพักเพื่อให้เป็นสถานการณ์จริงของเทคโนโลยีนั้นๆ และควรเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับธุรกิจมากกว่าอิงกับกระแสเพียงอย่าง เดียว

Outsourcing Service เริ่มเป็นตัวเป็นตนมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ถึงกับเวิร์คมาก เพราะคนยังกลัวเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลอยู่ เรื่องของ Virtualization จะชัดขึ้น ที่ผ่านมาในปีนี้ กระแสแรงจนน่าตกใจ และน่าจะต่อยอดไปได้อีกเรื่อยๆ สยามวาลา และ ICE เอง ก็ได้เริ่ม Outsource Application ไปอยู่อีกที่หนึ่งคือ ฝากไว้ที่ Data Center ของ  UIH เพื่อเป็นการปรับพื้นฐานโครงสร้างไอทีใหม่ การผันตัวเองไปสู่ Web Service และ Cloud ทำให้องค์กรเริ่มเปลี่ยนรูป การลงทุนไอทีจะต่ำลง ลดต้นทุนในการ Implement และยังเพิ่ม Efficiency ของงานให้มากขึ้นด้วย

การพัฒนาตัวเองของคนไอทีเพื่อสอดรับกับกระแสไอที
คน ไอทีต้องรู้ว่าตัวเองอยากได้อะไร ควรเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพราะหลายองค์กรที่นำไอทีมาใช้เพื่อให้มีไอที หรือตามกระแสการตลาดของ Vendor ซึ่งอาจจะทำให้องค์กรใช้จ่ายเงินที่เกินความจำเป็น อย่างเราจะไม่เน้นให้ Vendor มานำเสนอบริการ แล้วค่อยพิจารณาจากที่เขาให้บริการว่าเราอยากได้อะไร แต่จะใช้วิธีวิเคราะห์ความต้องการภายในเพื่อสอดคล้องกับแผนงานธุรกิจ เพื่อวิเคราะห์ก่อนว่าเราอยากได้อะไร และให้ Vendor มา Share idea เพื่อนำเสนอว่า สิ่งที่เราคิดถูกต้องเหมาะสม หรือทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร จึงทำให้เราบริหารงบประมาณในแต่ละโครงการได้อย่างคุ้มค่า และอีกสิ่งหนึ่ง คนที่เป็นไอทีจริงๆ มีจำนวนไม่มาก เพราะคนไอทีพอทำงานไอทีได้ถึงจุดๆ หนึ่งก็จะไปเป็นระดับบริหารซึ่งทำให้ความรู้ด้านไอทีลดลง เราจำเป็นต้องพัฒนาคนต่อเนื่อง คนใหม่ๆ ก็ต้องพัฒนาความรู้ อยากฝากถึงคนไอทีว่า หากองค์กรพัฒนาคุณไปแล้ว เช่นการส่งไปอบรมต่างๆ แสดงว่าเขาเห็นคุณค่าของคุณ และต้องการพัฒนาคุณ จึงอยากให้ใจกลับมาบ้าง ระลึกถึงบุญคุณองค์กรด้วยเพราะไอทีเป็นตลาดแรงงานที่น่ากลัว พอคนเก่งก็ชอบเปลี่ยนงาน และบางครั้งพิจารณาแค่เรื่องค่าจ้างเป็นปัจจัยหลัก บางทีถูกบริษัทต่างชาติซื้อตัวไปอยู่ได้ไม่นานก็ถูกเลิกจ้่าง อยากฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยครับ

ที่มา : beenets.com