ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายวางแผนการขายร่วมกันได้ แต่ด้วยเครื่องมืออย่าง Simpli COMMERCE: Demand Planning จะทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถทำการวางแผนบนจุดร่วมเดียวกัน จนทำให้องค์กรได้ข้อมูลที่เป็นความต้องการที่แท้จริงขององค์กรหรือ real demand  และจากข้อมูลนี้จะนำไปสู่การบริการจัดการเรื่องการสั่งซื้อและผลิตสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ และที่มากไปกว่านั้นข้อมูลชุดเดียวกันนี้ ยังสามารถนำไปวาง Sales Target  ที่สอดคล้องกับเป้าขายขององค์กรได้อีกด้วย การวางเป้าขายขององค์กร 2ฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอนั่นคือฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย  โดยทั้งสองฝ่ายมักจะมองจากมุมมองที่แตกต่างกันในการวางแผน ที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน กล่าวคือฝ่ายการตลาดมองในมุมของ Product ว่าสินค้าอะไรขายได้มูลค่าเท่าใด ส่วนฝ่ายขายจะมองที่ Channel ว่าจะขายผ่านช่องทางไหนได้มูลค่าเท่าใด ซึ่งพบว่าทั้งสองฝ่ายต่างมีจุดร่วมเดียวกันนั่นคือมูลค่าที่ต้องการขายได้ หากสามารถทำการวางแผนเพื่อกำหนดจุดร่วมของ 2ฝ่ายนี้ได้ องค์กรก็จะได้รับเป้าขายที่มีความถูกต้องใกล้เคียงกับความเป็นไปได้มากที่สุด

วางแผนการขายจากข้อมูลย้อนหลัง

ระบบทำการนำข้อมูลจากปีที่ผ่านๆ มาทำการจำลองข้อมูลให้ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยจากข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี (เลือกปีที่จะนำมาใช้งานได้) โดยเป็นการสร้างแผนให้กับฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับการวางแผนการขายของปีปัจจุบัน โดยยังคงมุมมองด้าน product ของฝ่ายการตลาดและมุมมองด้าน channel ของฝ่ายขายให้มาอยู่บนข้อมูลชุดเดียวกันได้ นี่คือการทำ marketing forecast และ sales forecast บนข้อมูลและเครื่องมือชุดเดียวกัน

กำหนดเป้าขายองค์กรเพื่อสร้างความต้องการที่แท้จริง

หลังจากที่ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายได้ทำการวางแผนเสร็จแล้ว ก็จะเข้าสู่การกำหนดเป้าขายขององค์กร (corporate target) โดยการนำเอา marketing forecast และ sales forecast มาเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญซึ่งก็คือการทำ rolling forecast เป็นการนำเอาข้อมูลของฝ่ายการตลาดกับฝ่ายขายมาวางแผนกำหนดเป้าขายขององค์กรร่วมกัน ซึ่งในขั้นตอนนี้จะมีการนำเอาข้อมูลของจำนวนสินค้าใน stock มาทำการวางแผนด้วย ทำให้เป้าขายองค์กรที่ได้เป็นเป้าขายที่เกิดจากความต้องการที่แท้จริงขององค์กร (real demand) นำไปสู่การสั่งซื้อ / ผลิตสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ และสามารถนำไปทำ sales target ที่เป็นเป้าเดียวกับเป้าขายขององค์กร

เป้าองค์กรชัดรับรองสินค้าไม่ขาดมือ

หากการวางเป้าขายองค์กรไม่ได้เป็นการวางแผนบนข้อมูลที่ครบถ้วน โดยเฉพาะเรื่องของจำนวนสินค้าที่มีอยู่ใน stock ย่อมมีโอกาสทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่เป้าการขายสูงแต่กลับไม่มีสินค้าเพียงพอให้ทำการขาย หรือในทางกลับกันสินค้าที่ค้างอยู่ใน stock จำนวนมากมายไม่ถูกนำออกไปขายหรือไม่ถูกนำไปจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นหากการวางเป้าขายขององค์กรมีการนำเอาข้อมูลรอบด้านมาทำการวางแผน ถือเป็นการช่วยบริหารจัดการสินค้าใน stock ได้อีกทางหนึ่ง

จาก corporate Target สู่ sales target

หลายองค์กรพบปัญหาเรื่องของการปรับ sales target แล้วทำให้เป้าหมายคลาดเคลื่อนไปจาก corporate target อย่างมากมาย อีกทั้งการปรับเป้าขายองค์กรใช้เวลานานเกินไป แต่ถ้าหากเป้าขายองค์กรถูกวางแผนผ่านเครื่องมือที่มีทุกฝ่ายทำงานอยู่บนข้อมูลชุดเดียวกันสามารถติดตามความคืบหน้าของการการขายได้หลากหลายมิติ และสามารถทำการปรับเปลี่ยนเป้าขายได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ย่อมส่งผลให้องค์กรมีความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนแผนให้เข้ากับสถานะการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้