Simpli STORAGE คือโซลูชั่นทางเลือกใหม่สำหรับสตอเรจ ซึ่งเรื่องนี้นับวันยิ่งมีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ต้องมีการเพิ่มจำนวนสตอเรจเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือความหลากหลายของสตอเรจจากผู้ผลิตทำให้การบริการจัดการทำได้ยาก ทางออกที่ดีสำหรับเรื่องนี้คือ การเลือกใช้เทคโนโลยี  Software Defined Storage (SDS) ซึ่งเป็นการปลดล็อค เรื่องการทำงานบนฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เฉพาะเจาะจงจากแบรนด์รายต่างๆ มาทำงานบนฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์มาตรฐาน โดยสามารถรองรับการใช้งาน Block Storage,  Object Storage เปิดกว้างสำหรับการเลือกใช้ขนาดตามความต้องการ เริ่มตั้งแต่ระดับเทราไบต์ (TB) ไปจนถึงระดับเพต้าไบต์ (PB)

หมดกังวลเรื่อง Vendor Lock

ปัญหาของการเลือกใช้สตอเรจจากผู้ผลิตที่หลากหลาย และแตกต่างกันของแต่ละแบรนด์ ทำให้เรื่องของการขยายขนาดพื้นที่ (Scale Capacity) ของสตอเรจเต็มไปด้วยอุปสรรคเมื่อระยะเวลาผ่านไปเกินระยะเวลาการทำ MA ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ จึงต้องพิจารณาถึงความเข้ากันได้กับระบบแบบเดิม ซึ่งนำไปสู่การผูกขาดสินค้าจากแบรนด์รายใดรายหนึ่งในที่สุด ทางออกสำหรับเรื่องนี้คือการไปเลือกใช้เทคโนโลยี  Software Defined Storage (SDS) ซึ่งจะช่วยปลดล็อค เรื่องแบบนี้ได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นการทำงานอยู่บนซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์มาตรฐานทั่วไป ทำให้สามารถออกแบบและเลือกขนาดความจุของสตอเรจได้อย่างอิสระตามความต้องการ

การจัดการบริหารการจัดเก็บข้อมูล Big Data และ Analytics ได้เต็มรูปแบบ

ปัจจุบันการใช้งานStorageส่วนใหญ่ขององค์กร เป็นเรื่องการให้พื้นที่กับการใช้งานแอพพลิเคชั่น และการเก็บข้อมูลอยู่บนไฟล์ซิสเต็ม โดยเฉพาะเรื่องของการทำ Snapshots และ Clones (LUN, Guest OS) ซึ่งมักจะมีปัญหาเรื่องข้อจำกัดของขนาดไฟล์ แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้ Simpli STORAGE ปัญหาเรื่องนี้จะหมดไปเพราะขนาดของLUN และไฟล์จะทำงานได้แบบไม่มีขีดจำกัด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการการจัดเก็บที่มีขนาดขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการทำงานในรูปแบบ Big Data Analytics ตัวระบบจึงถูกออกแบบมาให้รองรับการขยายตัวได้จนถึงระดับเพตาไบท์

รองรับแอพพลิเคชั่นความเร็วสูงด้านดิจิทัลมีเดีย

งานทางด้านดิจิทัลมีเดียสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเรื่องของความเร็วของสตอเรจ เพราะว่างานทางด้านนี้เต็มไปด้วยไฟล์ขนาดใหญ่ถ้าสตอเรจไม่สามารถให้บริการได้ทันตามความต้องการ ปัญหาความล่าช้าหรือที่เรียกกันว่า “ปัญหาคอขวด” ย่อมจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน คำตอบจึงอยู่ที่การเลือกใช้สตอเรจแบบ Solid State Disk (SSD) แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง ทำให้ทางออกที่ลงตัวอยู่ที่การทำงานร่วมกันของสตอเรจที่เป็น Hard Drive และ SSD ซึ่งต้องอาศัยการบริหารจัดการที่มีความสามารถและประสิทธิภาพอย่าง Simpli STORAGE สำหรับการทำงานแบบผสมผสานนี้ โดยมี Algorithm Crash เป็นหัวใจของการจัดการ

Object Storage พร้อมเชื่อมต่อคลาวด์ทั้ง Private และ Public (S3 API / Swift API)

การเลือกใช้สตอเรจในปัจจุบันนอกจากเรื่องของการรองรับการขยายตัวแล้วอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญก็คือเรื่องของการเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ เพราะเชื่อว่าในเวลาอันใกล้นี้หลายองค์กรก็จะก้าวเข้าสู่ระบบคลาวน์อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นสร้าง Private Cloud ของตัวเอง หรือทำการย้ายงานและข้อมูลบางส่วนขึ้น Public Cloud หากสตอเรจที่มีอยู่ไม่รองรับการใช้งานดังกล่าว ก็ทำให้ต้องทำการลงทุนเพิ่มในเรื่องนี้เพื่อให้รองรับอนาคต จะดีกว่าไหมถ้าจะเลือกสตอเรจที่รองรับการเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบคลาวด์มาใช้งานเลยตั้งแต่วันนี้ Simpli STORAGE พร้อมสำหรับการใช้งานในทุกอุตสาหกรรมเพื่อทำการเปลี่ยนการจัดการสตอเรจขององค์กรให้มีความสามารถเพิ่มขึ้นในเรื่องความยืดหยุ่น ความคล่องตัว และการขยายพื้นที่รองรับ Big Data อีกทั้งสามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจได้อย่างคุ้มค่า ได้รับการพิสูจน์จากลูกค้ามาแล้วหลายราย มาพร้อมกับความสามารถในการใช้งานแบบ Block Storage และ Object Storage ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำงานอยู่บนฮาร์ดแวร์ มาตรฐานทั่วไปที่สามารถใช้งานความจุได้ตั้งแต่ 30 TB ขึ้นไปจนถึง 3 PB